บทที่ 5 อย่าคิดว่าฉันจะให้เธอเข้ามาใกล้
ตอนที่ 5. อย่าคิดว่าฉันจะให้เธอเข้ามาใกล้
กลางดึกของคืนเดียวกัน ภายในบ้านหลังใหญ่เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสลัวตามทางเดินที่ยังเปิดทิ้งไว้แพรวพรรณพลิกตัวไปมาบนเตียงอยู่พักใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจออกมา
“หิวน้ำจัง...” หญิงสาวตัดสินใจลุกจากเตียง เธอเปิดประตูห้องออกมาอย่างเบามือ ก่อนเดินลงบันไดไปยังชั้นล่างบ้านทั้งหลังเงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงฝีเท้าของตัวเอง
แพรวพรรณเดินเข้าไปในครัว เปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำออกมา ก่อนจะเทใส่แก้วเธอยกแก้วขึ้นดื่มจนหมด
“ค่อยยังชั่ว...” หญิงสาววางแก้วลง ก่อนหมุนตัวเพื่อเดินกลับขึ้นห้องแต่ทันทีที่ก้าวออกจากห้องครัว
ปึก! ร่างของเธอชนเข้ากับใครบางคนที่กำลังเดินสวนเข้ามาพอดี
“อ๊ะ!” แก้วในมือเกือบหลุดร่างของแพรวพรรณเสียหลักถอยหลัง แต่ก่อนที่เธอจะล้มลงกับพื้น แขนแข็งแรงของใครบางคนกลับคว้าเอวเธอเอาไว้มือใหญ่รั้งร่างของเธอเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ
แพรวพรรณชะงัก องศาเองก็นิ่งไปทั้งสองคนอยู่ใกล้กันจนแทบไม่มีช่องว่าง
หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอประสานเข้ากับดวงตาคมของเขาความเงียบเข้าปกคลุมทันที
แพรวพรรณรู้สึกถึงลมหายใจของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนองศาเองก็มองเธอนิ่ง เป็นเวลาเพียงไม่กี่วินาที...
แต่กลับเหมือนนานกว่านั้นก่อนที่ชายหนุ่มจะได้สติเขารีบปล่อยมือออกจากเอวของเธอทันที
แรงผลักที่ตามมาทำให้แพรวพรรณเซไปด้านหลัง
ปึก!
สะโพกของเธอกระแทกเข้ากับขอบเก้าอี้ “โอ๊ย...”
หญิงสาวร้องออกมาเบา ๆ พร้อมยกมือกุมบริเวณที่กระแทก
องศามองเธอด้วยสีหน้าเย็นชา “เธอมาอ่อยฉันเหรอ?”
แพรวพรรณเงยหน้าขึ้นทันที “อะไรนะคะ?”
“ดึกดื่นป่านนี้ลงมาทำอะไรข้างล่าง?”
“ฉันแค่หิวน้ำค่ะ” เธอชูแก้วในมือขึ้นเล็กน้อย
“ก็เลยลงมากินน้ำ”
องศามองแก้วในมือเธอ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ
“หิวน้ำ?”
“ค่ะ”
“แล้วต้องเดินชนฉันด้วยหรือไง?”
แพรวพรรณขมวดคิ้ว “ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ คุณต่างหากที่เดินเข้ามาในครัวพอดี”
องศาไม่ตอบเขาเดินผ่านเธอไป แต่เมื่อเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ชายหนุ่มกลับหยุดฝีเท้าเขาหันกลับมามองหญิงสาวที่ยังยืนอยู่ข้างเก้าอี้
“จำไว้นะ” น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบ
“ไม่ว่างานแต่งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่”
แพรวพรรณนิ่งฟัง “ในงานแต่งของเรา...” เขาเว้นจังหวะ ก่อนพูดต่ออย่างไม่ไว้หน้า
“แม้แต่หมาสักตัว ฉันก็ไม่ให้เข้า”
คำพูดนั้นทำให้แพรวพรรณนิ่งไป แต่แทนที่จะร้องไห้หรือโต้เถียงอย่างที่เขาคาด เธอกลับเพียงยิ้มบาง ๆ
“ค่ะ”
องศาเลิกคิ้ว แพรวพรรณสบตาเขา
“ไม่ต้องห่วงค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสงบ
“เพราะฉันไม่มีญาติที่ไหน”
องศานิ่งไป “และตลอดเวลาที่ผ่านมา ถึงฉันจะมีเพื่อน...”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย
“แต่เพื่อนฉันก็ไม่เคยมาเหยียบที่นี่เหมือนกัน เพราะฉันสำนึกตลอดว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของฉัน !!”
คำพูดนั้นทำให้องศาเงียบ เขาไม่คิดว่าเธอจะตอบกลับมาแบบนี้ แพรวพรรณก้มลงมองแก้วน้ำในมือ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ดังนั้นไม่ต้องกังวลค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้น
“งานแต่งของเราจะไม่มีใครมาให้คุณรำคาญแน่นอน”
องศามองเธออยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าเขายังคงเย็นชาแต่แววตากลับนิ่งลงเล็กน้อย
เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินแพรวพรรณพูดถึงเรื่อง ไม่มีครอบครัว ด้วยน้ำเสียงแบบนั้น
ไม่มีความน้อยใจ ไม่มีการเรียกร้องความสงสารมีเพียงความจริงที่เธอพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา
องศาไม่ได้พูดอะไรอีก เขาหันหลังกลับแล้วเดินขึ้นบันไดไปทิ้งให้แพรวพรรณยืนอยู่เพียงลำพัง หญิงสาวมองตามแผ่นหลังของเขา ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
“คนอะไร...” เธอส่ายหน้าก่อนจะหันกลับไปมองเก้าอี้ที่ตัวเองเพิ่งชน
“เจ็บชะมัด” แพรวพรรณค่อย ๆ เดินกลับขึ้นห้อง
โดยไม่รู้เลยว่า...คนที่เดินขึ้นไปก่อนหน้านั้นไม่ได้เดินต่อไปถึงห้องของตัวเองทันที
องศาหยุดอยู่ตรงชั้นบนเขาหันกลับมามองบันไดด้านล่างภาพใบหน้าของแพรวพรรณเมื่อครู่ยังติดอยู่ในความคิด
โดยเฉพาะประโยคหนึ่งที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว
“ฉันไม่มีญาติที่ไหน”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ก่อนจะพยายามสลัดความคิดนั้นออก
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน”
องศาหันหลังเดินเข้าห้อง แต่เป็นครั้งแรก...ที่คำพูดของผู้หญิงที่เขาอ้างว่าเกลียด กลับติดอยู่ในหัวของเขาตลอดทั้งคืน
